สอบใบขับขี่ ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ได้ง่ายๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอน ล่าสุด 2562 !

ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ปี 2562

ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ (รถมอเตอร์ไซค์)

ไม่ว่าจะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ หรือ รถยนต์ ก็จำเป็นจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่ สมัยนี้ใครขี่รถจักรยานยนต์แล้วไม่มีใบขับขี่ถือว่า Out มากเว่อร์ เสี่ยงโดนเสียค่าปรับ หรือ โดนคุณตำรวจจับอีก โดยเฉพาะใครที่ใบขับขี่หมดอายุ แนะนำว่าให้รีบ ต่อใบขับขี่รถยนต์ อย่างด่วนจี๋ ส่วนใครที่ขี่รถจักรยานยนต์แล้วยังไม่มีใบขับขี่ขอร้องเถอะน้าาา ไปสอบใบขับขี่เถอะ เพราะขั้นตอนการสอบใบขับขี่ไม่ยากเลยจริงๆ แอบกระซิบว่าง่ายกว่าการสอบทำใบขับขี่รถยนต์อีก ตามไปดูกันเลยว่าการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ มีขั้นตอนอย่างไร ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง Update ปี 2562 !

ขั้นตอนการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์

1. จองคิวอบรมเพื่อสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์

ขั้นแรกเพื่อนๆ ต้องจองสถานที่เพื่ออบรมการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ล่วงหน้า ไม่ว่าจะอยู่กรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็สามารถสอบใบขับขี่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาสอบถึงกรมการขนส่งทางบก เพราะสามารถเลือกสำนักงานขนส่งที่ใกล้เคียงกับบ้านของเพื่อนๆ เพื่อจองคิวอบรมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็มีสำนักงานขนส่งให้บริการหมด! สามารถจองคิวอบรมใบขับขี่ได้ 3 ช่องทาง คือ

  • จองคิวอบรมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยตนเอง หรือโทรไปจองคิวอบรมที่สำนักงานขนส่งที่อยู่ใกล้บ้านท่านที่สุด
  • จองคิวอบรมใบขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ผ่านทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ >>> http://ebooking.dlt.go.th/ebooking/ ไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่เป็น เค้ามีคู่มือบอกจ้า
  • อบรมใบขับขี่ผ่านสถานบริการเอกชนที่ผ่านการรองรับจากขนส่ง

*หากไม่จองคิวล่วงหน้า อาจจะไม่มีที่นั่งสำหรับการอบรมใบขับขี่ เพราะคนส่วนใหญ่จะจองคิวล่วงหน้ากัน

2. เตรียมเอกสารสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์

ไม่ว่าจะเป็นการสอบใบขับขี่รถยนต์ หรือ สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ เอกสารที่ใช้ก็จะเหมือนกัน ดังนี้

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • ใบรับรองการอบรม (เมื่ออบรมนอกเขตพื้นที่ขนส่ง เช่น สถานที่เรียนขับรถบางแห่ง)

อ่านเพิ่มเติม : เอกสารต่อใบขับขี่ รถยนต์ต้องใช้อะไรบ้าง พร้อมขั้นตอนแบบละเอียด Update 2562 !

3. ทดสอบปฏิกิริยาการตอบสนอง และสมรรถภาพ

  • ทดสอบการมองเห็นสี : จะมีเจ้าหน้าที่ทดสอบโดยการชี้ หรือกดปุ่มสัญญาณไฟ ซึ่งเราต้องบอกให้ถูกว่าสีที่เจ้าหน้าที่ขนส่งชี้ หรือกดปุ่มเป็นสีอะไร เพื่อทดสอบว่าตาบอดสีหรือไม่
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง : จะทดสอบโดยการให้เรานั่งแล้วหันหน้าให้ชนกับแท่นทดสอบ ส่วนภายในของด้านข้างแท่นทดสอบทั้ง 2 ด้าน จะมีไว้สำหรับแสดงสีไฟจราจร เมื่อเรานั่งหน้าชนกับแท่นทดสอบเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็จะกดสัญญาณไฟ แล้วให้เราบอกว่าเห็นสีไฟจราจรจากด้านข้างเป็นสีอะไร เพื่อทดสอบสายใต้ทางด้านกว้าง
  • ทดสอบสายตาทางลึก : จะทดสอบโดยการให้ดึง หรือกดเลื่อนแท่ง 2 แท่งให้ตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
  • ทดสอบการเหยียบเบรค : ทดสอบโดยการเหยียบเบรคเมื่อเห็นสัญญาณไฟจราจรเป็นสีแดง

4. เข้ารับการอบรมใบขับขี่รถจักรยานยนต์

เพื่อสร้างจิตสำนึก และปลูกฝังวินัยในการขับขี่ ก็ต้องเข้ารับการอบรมกันสักนิดนึงก่อนสอบหรือ ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ใช้เวลาไม่นานแค่ 5 ชั่วโมงจ้า โดยจะแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้

  • กฎหมายจราจร
  • เทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย
  • กฎหมายการขนส่งทางบก กฎหมายแพ่ง และอาญา
  • หน้าที่ผู้ขับรถ และการบำรุงรักษารถ
  • มนุษยพันธ์ และมารยาทในการขับขี่
  • การส่งเสริมสุขภาพพลานามัย
  • หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้ขับรถ
  • หัวใจ และการบริการทางขนส่ง
  • การตรวจความพร้อมของรถ ก่อน-หลังการใช้งาน
  • การขับรถลากจูง และการขับรถลากจูงอย่างไรให้ปลอดภัย

5. สอบทฤษฎี จำนวน 50 ข้อ

เรื่องที่ออกสอบส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่อบรมไปนั่นแหละ โดยข้อสอบจะมีทั้งหมด 50 ข้อ ซึ่งผู้สอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ต้องทำให้ได้มากกว่า 45 ข้อขึ้นไปถึงจะสอบผ่าน ซึ่งเมื่อทำข้อสอบเสร็จเราจะรู้ผลสอบทันที! หากสอบไม่ผ่านจะต้องมาสอบใหม่ภายใน 90 วันเท่านั้น

6. สอบปฏิบัติ

การสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์จะสอบทั้งหมด 5 ท่า คือ

  • ขับรถจักรยานยนต์โดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
  • ขับรถจักรยานยนต์ผ่านทางโค้งเป็นรูปตัว Z
  • ขับรถจักรยานยนต์ผ่านทางโค้งเป็นรูปตัว S
  • ขับรถจักรยานยนต์แบบ zigzag ผ่านสิ่งกีดขวาง
  • ขับรถจักรยานยนต์ทรงตัวบนทางแคบโดยเท้าห้ามแตะพื้น

7. รอรับใบขับขี่รถจักยานยนต์ได้เลย

หลังจากสอบภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติผ่านเรียบร้อยก็เตรียมตัวถ่ายรูปรับใบขับขี่กันได้เลย โดยการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ครั้งแรกจะเสียค่าธรรมเนียม 105 บาท ซึ่งใบขับขี่ที่เราได้รับจะเป็นใบขับขี่แบบชั่วคราวมีระยะเวลาแค่ 2 ปี

เมื่อใบขับขี่ครบกำหนดหมดอายุก็จะต้องไปทำเรื่องต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใหม่อีกครั้ง ส่วนรายละเอียดจะเป็นยังไงตามอ่านต่อกันได้เลย

ต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์

หลังจากที่ทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์เรียบร้อยแล้ว ก็ใช่ว่ามันจะอยู่กับเราไปตลอดชีพ เมื่อครบกำหนดเวลา ต้องทำการ ต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ใหม่ โดยจะมีการต่อใบขับขี่เป็น 2 แบบ คือ ต่ออายุใบขับขี่จาก 2 ปี เป็น 5 ปี และต่ออายุใบขับขี่จาก 5 ปี เป็น 5 ปี

ใบขับขี่รถจักรยานยนต์หมดอายุ ต่อได้ล่วงหน้าภายในกี่วัน?

เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็สงสัยไม่น้อยว่าใบขับขี่รถมอเตอร์ไซค์หมดอายุ เราสามารถ ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ล่วงหน้า ได้กี่วันกันแน่

  • ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์จาก 2 ปี เป็น 5 ปี >>> สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 60 วัน
  • ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์จาก 5 ปี เป็น 5 ปี >>> สามารถต่อใบขับขี่ล่วงหน้าได้ไม่เกิน 90 วัน

ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง?

ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์จาก 2 ปี เป็น 5 ปี เอกสารที่ใช้คือ

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบรับรองแพทย์ อายุไม่เกิน 1 เดือน
  • ใบขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ

ต่อใบขับขี่จากรถจักรยานยนต์ 5 ปี เป็น 5 ปี เอกสารที่ใช้คือ

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • ใบขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ

ขั้นตอนการต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์

1. ตรวจสอบเอกสาร

แนะนำว่าควรเตรียมเอกสารต่างๆ ไปให้ครบ ไม่อย่างนั้นเสียเวลาต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างแน่นอน

2. ออกใบคำขอ

นั่งรอสักแปปนึงเจ้าหน้าที่ขนส่งก็จะออกใบคำร้องขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ให้ หลังจากนั้นก็รอคิวเพื่อเข้ารับการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย

3. ทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

  • ทดสอบการมองเห็นสี
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง
  • ทดสอบสายตาทางลึก
  • ทดสอบปฏิกิริยาเท้าด้วยการเหยียบเบรค

4. เข้ารับการอบรม

ถ้าเป็นการ ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ จาก 2 ปี เป็น 5 ปี จะไม่มีการอบรมภาคทฤษฎี ส่วนต่ออายุใบขับขี่จาก 5 ปี เป็น 5 ปี ต้องอบรบภาคทฤษฎี 1 ชั่วโมง (บางที่ก็ไม่ต้องอบรมเลย)

5. รอรับใบอนุญาตขับขี่ใบใหม่

ขั้นตอนท้ายสุดนี้ก็คือการรับใบอนุญาตขับขี่ใบใหม่ โดยรอเจ้าหน้าที่ขนส่งเรียกไปถ่ายรูป แล้วก็ชำระค่าธรรมเนียมการออกใบขับขี่รถจักรยานยนต์ หลังจากนั้นก็จะได้รับใบขับขี่ใบใหม่มาเชยชมสมใจแล้วจ้า

ต่อใบขับขี่มอไซค์กี่บาท

ราคา ค่าธรรมเนียมต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ จะอยู่ที่จำนวน 255 บาท

ใบขับขี่รถจักรยานยนต์หมดอายุเกินเท่าไร จึงจะต้องสอบใหม่?

ต่อใบขับขี่หมดอายุ
ตารางสรุปการต่อ ใบขับขี่หมดอายุ
  • หากใบขับขี่รถจักรยานยนต์หมดอายุเกิน 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี จะต้องสอบข้อเขียนใหม่
  • ใบขับขี่รถจักรยานยนต์หมดอายุเกิน 3 ปี มีค่าเท่ากับการสอบใหม่เลยจ้า เพราะต้องสอบทั้งข้อเขียน และสอบปฏิบัติ!

อ่านเพิ่มเติม : ใบขับขี่หมดอายุ ต้องต่อใบขับขี่ภายในกี่วัน พร้อมโทษปรับใบขับขี่ ปี 2562

ขอแนะนำว่าควรไปทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือ ต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ในช่วงเช้าจะดีที่สุด เพราะสาย ๆ คนเจะเยอะหนักมากกกก หลังจากที่ได้ใบขับขี่ใบใหม่เรียบร้อยแล้ว ก็อย่าลืมพกใบขับขี่ติดตัวตอนขับรถด้วยล่ะ ไม่งั้นอาจจะโดนตำรวจจับและปรับได้

ที่สำคัญอย่าลืมดูวันหมดอายุใบขับขี่ด้วย หากใบขับขี่ใกล้ถึงกำหนดวันสิ้นอายุก็อย่าลืมรีบไป ต่ออายุใบขับขี่รถจักรยานยนต์ หรือ ต่อใบขับขี่รถยนต์ เอาไว้ล่ะ เพื่อเอาไว้เป็นสิ่งยืนยันว่าเราได้รับการอนุญาตให้ขับรถได้แล้วจริงๆ

ขอบคุณคลิปจาก kapookdotcom

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ข้อมูลนี้มีประโยชน์มากแค่ไหน !
[จำนวนคนโหวต: 1 เฉลี่ย: 5]